Patanikini

เว็บบล็อกแลกเปลี่ยนความคิดเห็นข่าวสารการเมืองในเขตปาตานีรายา ประเทศไทย

Monday, December 12, 2005

9 ศพบ้านกะทอง เหยื่อปฏิบัติการรัฐ "เอาคืน" ?


9 ศพบ้านกะทอง เหยื่อปฏิบัติการรัฐ "เอาคืน" ?Posted by Picasa

ยังคงอึมครึมกับเหตุการณ์ฆ่าหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ 9 ศพ ในหมู่บ้านกะทอง ต.บองอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

แม้เหตุการณ์จะผ่านพ้นไปหลายวันก็ตาม แต่การสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถคลี่ปมสังหารโหดดังกล่าวได้เลย

ยังคงเป็นปริศนาทำให้ชาวบ้านเกิดความคลางแคลงใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เหมือนที่ผ่านมา ?

ข่าวซุบซิบภายในหมู่บ้านและกระพือไปทั่วหัวระแหง ระบุถึงสาเหตุของการบุกถล่มบ้านด้วยอาวุธหนักนานนับชั่วโมงไว้ 2 ประการ

ประการแรก เป็นการล้างแค้นในเรื่องส่วนตัว

หากมองย้อนไปในวันที่เกิดเหตุ มีประชาชนส่วนหนึ่งปิดหมู่บ้านไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เนื่องเพราะความไม่ไว้วางใจคนของรัฐ และมีความเชื่อในการกระทำครั้งนี้ว่า...

น่าจะเกิดจากการตามล้างแค้นส่วนตัว โดยมีสาเหตุเชื่อมโยงมาจากการสังหารทหารนาวิกโยธิน 2 นาย ที่หมู่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนที่ 2 นาวิกโยธินจะสังเวยเสียชีวิต ด้วยการถูกซ้อมและแทงด้วยของมีคมอย่างโหดร้ายนั้น ได้ไปนั่งดื่มเหล้ากันจนเมา ทำให้กลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านไม่พอใจ

กลุ่มวัยรุ่นจึงแอบนำทรายไปใส่ในถังน้ำมัน เมื่อขับรถออกจากหมู่บ้านตันหยงลิมอได้ไม่นาน เครื่องยนต์ก็มีปัญหาขัดข้อง ก่อนที่จะถูกชาวบ้านในย่านนั้นจับกุมและทำร้ายเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยเชื่อว่าทหารทั้ง 2 นาย กำลังจะเข้าไปก่อความไม่สงบ

"น่าจะเกิดมาจากการตามล้างแค้นส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับองค์กร เป็นฝีมือของเพื่อนทหารด้วยกันเองเล่นงานชาวบ้าน เป็นเกมเอาคืน"

สรุปเนื้อหาสำคัญที่ชาวบ้านในหมู่บ้านกะทองเชื่อมั่นถึงการถล่มเดือดบ้านพักของชาวบ้านในกลางดึก ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บมากมายและมีคนตายถึง 9 คน

โดยคนที่อายุมากที่สุดที่สังเวยคมกระสุนอยู่ในวัยชรา ราว 80 ปี และคนที่อายุน้อยสุดเพิ่งลืมตามาดูโลกได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น...!!!

มูลเหตุสำคัญของการยิงถล่มบ้านพักอย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากมีสมาชิกของครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตไปนั้น มีบุตรชายคนหนึ่งรับรู้เหตุการณ์เสียชีวิตของนาวิกฯ ทั้ง 2 นาย

แต่ได้หลบหนีไปอยู่ฝั่งมาเลเซียก่อนเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้เพียง 3 วันเท่านั้น

ประการที่ 2 เป็นการล้างแค้นของหน่วยราชการ

ต้องยอมรับว่าเหตุความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนนั้น เป็นการท้าทายอำนาจรัฐที่ทำให้ความเชื่อมั่นในตัวผู้นำรัฐบาลเกิดการสั่นคลอน

ความสูญเสียเกิดขึ้นกับทั้งชาวบ้านไทย-มุสลิม เจ้าหน้าที่รัฐ พระสงฆ์องค์เจ้า ต่างตกเป็นเหยื่อของอสูรร้ายไม่เว้นแต่ละวัน ต่อเนื่องมาจนเกือบ 2ขวบปี

แม้ภาครัฐจะปรับแผน โยกย้ายเจ้าหน้าที่ หรือตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ จนแทบจะจำไม่ได้ว่าใครทำอะไร ก็ไม่สามารถทำให้ปัญหาทุเลาลงได้

การเดินเกมสองหน้าของรัฐบาล ด้วยวิธีสมานฉันท์ผ่านทาง กอส. และเปิดยุทธการ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม

กลับกลายจะเป็นการท้าทายและเร่งเร้าให้ไฟใต้กระพือความรุนแรงขึ้น

"คนที่มาก่อความวุ่นวายในภาคใต้ เมื่อทำแล้วจะผิวปากเดินกลับไปอย่างสบายไม่ได้อีกแล้ว"

พี่น้องชาวปักษ์ใต้ทราบดีและจดจำได้อย่างแม่นยำ หลังหลุดออกจากปาก รมว.กลาโหม

มูลเหตุทั้งหมดนี้ ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่า ต้องมีหน่วยงานของรัฐจัดชุดใต้ดินเข้าไปสังหารชาวบ้านแน่...!!!

นอกจากจะเป็นการปราบปรามกลุ่มผู้ไม่หวังดีทางหนึ่งแล้ว ยังจะเป็นการ "เอาคืน" กับความสูญเสียในการถูกลอบกัดได้อีกทาง

เมื่อเข้าใจเยี่ยงนี้ จึงมีชาวบ้านบางคนถึงขนาดสะสมอาวุธเอาไว้ เพื่อเตรียมพร้อมตอบโต้กับหน่วยงานใต้ดินของรัฐเลยทีเดียว

เมื่อไร้ซึ่งความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้ว จะมีอะไรดีไปกว่า "หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง" เช่นนี้...!!!

Saturday, September 10, 2005

เกริ่นนำ


krisek Posted by Picasa


จุดประสงค์ที่สร้างเว็บบล็อก Patanikini ในระดับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตปาตานีรายาและประชาชนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคอื่นๆในประเทศไทย ไม่ใช่เพื่อเป็นการสร้างความร้าวฉาน แต่เพื่อสร้างความสมานฉันท์ระหว่างประชาชนที่อาศัยอยู่ร่วมชาติเดียวกันซื่งมีความแตกต่างในพื้นฐานทางศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม

ในระดับการเมืองการปกครอง ผลวิจารณ์นโยบายที่ลงไปยังเขตปาตานีรายาที่มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ในแง่บวกและแง่ลบจะถูกนำมาเปิดเผย นำเสนอความคิดเห็นวิจารณ์อย่างสร้างสรรจากผู้อ่านทั่วไป

ทั้งนี้ ผู้จัดทำเว็บบล็อก Patanikini หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความคิดเห็นที่เกิดขึ้นจะมีประโยชน์กับผู้อ่านและในขณะเดียวกันหากเป็นไปได้เพื่อรัฐบาลได้สร้างนโยบายให้เหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่ที่อาศัยอยู่ในเขตปาตานีรายาประเทศไทยต่อไป

-tuansabri